จัดงานศพ

บทความ > ความเป็นมาของถ้วยตราไก่

ถ้วยตราไก่ เป็นถ้วยเก่าแก่ของลำปางรูปพรรณคล้าย ๆ ชามก๋วยเตี๋ยว ข้าง ๆ ถ้วยจะเขียนเป็นรูปไก่ และนับเป็นถ้วยที่หายากเข้าไปทุกที เท่าที่เห็นมีขายตามร้านของเก่าหรือสวนจตุจักร ซึ่งราคาถ้วยใบเก่าค่อนข้างแพงบางใบมีราคาหลายพันบาท

เขลางค์นคร หรือ เวียงละกอน เป็นชื่อที่ใช้เรียกเมืองลำปางมาตั้งแต่ครั้งอดีต เริ่มแรกที่ปรากฏเรื่องราวของเมืองลำปางสรุปได้ว่า เขลางค์นครสร้างเมื่อ พ.ศ.1223 โดยเจ้าอนันตยศราชบุตรของพระนางจามเทวีแห่งเมืองหริภุญไชย ต่อมาได้สร้างเมืองขึ้นใหม่อีกเมืองหนึ่งใกล้ ๆ กับเมืองเขลางค์นคร เรียกว่า "อาลัมภางค์นคร" เมืองทั้งสองนี้เป็นเมืองคู่กัน ชาวเมืองในสมัยนั้นจึงเรียกชื่อรวมกันว่า "เขลางค์อาภัมภางค์นคร" ต่อมาเรียกสั้นลงเหลือเป็น "ลัมภางค์นคร" แล้วกลายมาเป็นลำปางนครในที่สุด

นอกจากนี้ยังมีตำนานพื้นเมืองบางฉบับเรียกชื่อเมืองลำปางว่า "กุกกุฏนคร" ซึ่งแปลว่า "เมืองไก่" เมืองลำปางจึงมีสัญลักษณ์เป็นรูปไก่ซึ่งสามารถพบเห็นอยู่ตามป้ายถนนและตึกเก่าหลายแห่ง แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ชื่อเสียงของลำปางโด่งดังในเรื่องไก่ก็คือ การทำถ้วยตราไก่ ซึ่งถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดลำปางและอาจพบได้ที่นี่แห่งเดียวเท่านั้น

การผลิตถ้วยตราไก่ของจังหวัดลำปางเริ่มต้นอย่างจริงจังเมื่อปี พ.ศ.2503 เมื่อชาวจีน 2 คนคือ นายซิวกิม แซ่กวอกและนายซิมหยู แซ่ฉิน ได้ร่วมกันตั้งโรงงานทำถ้วยตราไก่แบบเมืองจีนขึ้น นับเป็นโรงงานทำถ้วยตราไก่แห่งแรกของลำปาง ตามประวัติกล่าวว่า เมื่อครั้งที่ทั้งสองอยู่เมืองจีนเคยทำงานในโรงถ้วยชาม ซึ่งต้องทำงานทุกขั้นตอนตั้งแต่การล้างดิน ปั้นถ้วย เคลือบ เขียนลายและนำเข้าเตาเผา เมื่อเดินทางเข้ามาอยู่ในประเทศไทยก็ได้ทำงานในโรงงานเครื่องปั้นดินเผาที่จังหวัดเชียงใหม่

ซึ่งเดิมโรงงานแห่งนี้จะทำเฉพาะโอ่ง กระถางต้นไม้ ต่อมาเจ้าของโรงงานต้องการทำถ้วยแบบจีน เพราะขณะนั้นเมืองจีนปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ ถ้วยจากเมืองจีนจึงเข้ามาในเมืองไทยไม่มากนักและมีราคาแพง นายซิวกิมและนายซิมหยูจึงมาสมัครเข้าทำงาน ทั้งสองพยายามเสาะหาดินขาวแบบเมืองจีนจากที่ต่าง ๆ มาทดลองทำถ้วยชามแต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ จนครั้งหนึ่งได้สังเกตหินลับมีดจากเมืองลำปางที่ส่งไปขายที่เชียงใหม่มีเนื้อดินสีขาวคล้ายดินขาวเมืองจีน ทั้งสองจึงลองนำหินลับมีดที่มีเนื้อผุมาทดลองเผาดูและเกิดความคิดที่จะไปค้นหาว่าดินชนิดนี้มีอยู่มากน้อยแค่ไหน


จึงได้ลาออกไปทำงานที่โรงงานทำอิฐที่จังหวัดลำปาง ทั้งสองพากันเดินทางไปขุดดินขาวด้วยความยากลำบาก แต่ยังไม่แน่ในคุณภาพของดินจึงได้ให้โรงงานเครื่องปั้นดินเผาย่านกล้วยน้ำไทพิสูจน์อีกครั้ง เมื่อรู้ว่าเป็นดินขาวที่ใช้ทำถ้วยชามแน่นอนก็กลับมาทดลองทำอีกและผลตามที่ต้องการ จึงคิดที่จะตั้งโรงงานทำถ้วยขึ้นแต่เนื่องจากไม่มีทุน จึงพากันกลับไปทำงานที่โรงงานในเชียงใหม่อีกครั้งเพื่อเก็บสะสมเงิน โดยใช้เวลาเก็บเงินอยู่ถึง 7 ปีจึงได้กลับมาตั้งโรงงานทำถ้วยตราไก่ขึ้นที่จังหวัดลำปางใช้ชื่อว่า "โรงงานถ้วยชามสามัคคี" ซึ่งนับเป็นโรงงานที่ทำถ้วยตราไก่โรงแรกในจังหวัดลำปาง

ถ้วยตราไก่ เป็นถ้วยเก่าแก่ของลำปางรูปพรรณคล้าย ๆ ชามก๋วยเตี๋ยว ข้าง ๆ ถ้วยจะเขียนเป็นรูปไก่ และนับเป็นถ้วยที่หายากเข้าไปทุกที เท่าที่เห็นมีขายตามร้านของเก่าหรือสวนจตุจักร ซึ่งราคาถ้วยใบเก่าค่อนข้างแพงบางใบมีราคาหลายพันบาทปัจจุบันการผลิตถ้วยตราไก่นั้นแทบไม่มีอีกแล้ว โรงงานผลิตหลายโรงต้องปิดตัวลงเนื่องจากคนรุ่นใหม่ได้หันมาใช้ถ้วยชามที่ผลิตจากภาชนะอย่างอื่นจึงทำให้ถ้วยตราไก่ไม่เป็นที่แพร่หลายเท่าที่ควร แต่ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่รวมตัวกันจัดตั้งเป็นสมาคมขึ้นใช้ชื่อว่า "สมาคมเครื่องปั้นดินเผาจังหวัดลำปาง"

ได้มีการอนุรักษ์การผลิตถ้วยตราไก่ขึ้น ซึ่งถ้วยตราไก่ที่เป็นของเก่านั้นกลายเป็นของหายาก จึงเป็นที่หมายปองของคนมีฐานะซื้อเก็บสะสมไว้ แต่ถ้วยตราไก่ที่ผลิตขึ้นในจังหวัดลำปางก็มีความใกล้เคียงกับถ้วยของเก่า อาจจะเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย เช่นที่ร้านศรีสวัสดิ์ ซึ่งเป็นโรงงานผลิตถ้วยตราไก่ที่มีอายุเก่าแก่ประมาณ 40 ปี โดยมีครูโยธี หรือที่ชาวบ้านในละแวกนั้นเรียกว่า "ครูศรี" เป็นผู้ก่อตั้งขึ้นจนกิจการเจริญก้าวหน้ามาถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน โรงงานแห่งนี้ก็ยังมีการผลิตถ้วยตราไก่อยู่

คุณกนกวรรณ โยธาวุฒิ ผู้สืบทอดการผลิตถ้วยตราไก่ เจ้าของร้านศรีสวัสดิ์เซรามิกลำปาง เล่าให้ฟังว่า "เดี๋ยวนี้ในลำปางไม่มีใครผลิตถ้วยตราไก่แล้ว มีเพียงที่นี่แห่งเดียวที่ยังคงอนุรักษ์การผลิตแบบดั้งเดิมคือจะใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิงในการเผา ส่วนลวดลายก็ยังคงใช้ลายแบบสมัยเก่าที่สำคัญทางร้านยังใช้คนเขียนลวดลายทั้งหมดอีกด้วย"

ถ้วยตราไก่ที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน อาจเทียบไม่ได้กับของเก่า แต่ฝีมือขนาดนี้ก็นับว่าดีที่สุดสำหรับปัจจุบัน ทั้งยังเป็นการอนุรักษ์แนวทางการเขียนไว้ในรูปลักษณะเดิม นอกจากนั้นถ้วยตราไก่ยังมีการพัฒนารูปแบบให้ทันสมัยยิ่งขึ้น เพราะทางร้านมีการผลิตถ้วยตราไก่ขนาดจิ๋วหลากหลายรูปแบบ เหมาะสำหรับนำไปเป็นของฝากของที่ระลึก

ความจริงร้านขายก๋วยเตี๋ยว ข้าวซอยรวมถึงร้านอาหารต่าง ๆ ในจังหวัดลำปางและใกล้เคียงน่าจะหันมาใช้ถ้วยตราไก่กันบ้าง เพราะไก่เองก็เป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ ทั้งยังเป็นการอุดหนุนผู้ผลิตจะได้มีการผลิตกันอยู่ไม่สูญหาย คนรุ่นหลังจะได้รู้จักและยังเป็นการอนุรักษ์มรดกของเก่าของจังหวัดลำปางอีกด้วย.

จักรพงษ์ คำบุญเรือง

www.chiangmainews.co.th